จากรายการโลโก้ที่เรากล่าวถึงในโลโก้ขององค์กรที่ดีที่สุด เราได้รวบรวมตัวอย่างโลโก้ขององค์กรที่มีการออกแบบที่ไม่เหมาะสมนัก เพราะอะไรโลโก้เหล่านี้จึงถูกจัดให้เป็นโลโก้ที่ไม่มีความเหมาะสม และคุณสามารถเรียนรู้อะไรจากโลโก้เหล่านี้ได้บ้าง? แต่ก่อนที่จะมาเรียนรู้เรื่องนี้ เราจะขอพูดถึงกฎพื้นฐานข้อแรกก่อน  

ส่วนใหญ่แล้วความสำเร็จของบริษัทไม่ได้ขึ้นอยู่กับการออกแบบโลโก้ คุณคิดว่าหากบริษัทใช้โลโก้แบบอื่น บริษัทจะประสบความสำเร็จน้อยลงกว่านี้หรือไม่?

  1. ตัวอย่างโลโก้องค์กรที่ดีที่สุด
  2. เราได้เรียนรู้อะไรจากโลโก้เหล่านี้?
  3. ตัวอย่างโลโก้เจ๋ง ๆ
  4. ตัวอย่างโลโก้ที่ออกแบบอย่างไม่เหมาะสม
  5. ไม่ควรออกแบบโลโก้อย่างไร

ตัวโลโก้เองไม่ได้มีความสำคัญมากนัก แต่สิ่งที่สำคัญคือคุณจะใช้โลโก้อย่างไรและนำออกมาใช้ที่ใด บริษัทที่ประสบความสำเร็จจะใช้โลโก้ทุกครั้งที่มีการสื่อสารกับลูกค้า ทำให้ลูกค้าสามารถนำโลโก้มาเชื่อมโยงกับตัวบริษัทและผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก

  • ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ / ใช้โลโก้ที่มีคุณภาพสูงและดูมีระดับ – อยู่ในระดับดีมาก!
  • ธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ / ใช้โลโก้ที่ไม่มีระดับและออกแบบไม่สวยงาม – อยู่ในระดับแย่!
  • ธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่มั่นคง / ใช้โลโก้ที่มีคุณภาพสูงและดูมีระดับ – อยู่ในระดับแย่มาก!
  • ธุรกิจที่ไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่มั่นคง / ใช้โลโก้ที่ไม่มีระดับและออกแบบไม่สวยงาม – อยู่ในระดับแย่!
  • ธุรกิจใหม่ / ใช้โลโก้ระดับกลาง ๆ – อยู่ในระดับดี!

หลังจากที่เราพูดถึงหลักการพื้นฐานไปแล้ว เราจะมายกตัวอย่างโลโก้กัน โดยจะขอเริ่มที่ตัวอย่างโลโก้ดี ๆ ที่เราจะกล่าวถึงในส่วนถัดไปของบทความนี้

ตัวอย่างโลโก้องค์กรที่ดีที่สุด

เราได้รวบรวมตัวอย่างโลโก้ที่มีความโดดเด่นที่ช่วยให้หลาย ๆ บริษัทกลายมาเป็นบริษัทแถวหน้า โดยบริษัทที่มีชื่อเสียง เหล่านั้นคือ:

General Electric

โลโก้ของบริษัท General Electric ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดใหญ่ไม่ได้มีการเปลี่ยนโลโก้ไปมากนักตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2435

แล้วทำไมบริษัทถึงต้องมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบโลโก้? ตัวอักษร GE ถูกเขียนด้วยแบบอักษรที่มีความประณีตและตกแต่งด้วยลายเส้นโค้ง เป็นการผสมผสานความเรียบง่ายและความมีประสิทธิภาพเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าของ General Electric คาดหวังจากบริษัท นอกจากนี้สัญลักษณ์ที่อยู่ในโลโก้ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปะแนวอาร์ตนูโว โดยมีลักษณะคล้ายกับแกนหมุนของเครื่องซักผ้าซึ่งเป็นหนึ่งในสินค้ายอดนิยมของบริษัท

JPMorgan Chase

JPMorgan Chase เป็นกลุ่มบริษัทการเงินชั้นนำและเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีมูลค่าสินทรัพย์สูงถึง 2.35 ล้านล้านดอลลาร์

นอกจากนี้ JPMorgan Chase ยังอยู่ในอันดับที่หกในการจัดอันดับบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในโลก พูดอีกนัยหนึ่งก็คือเป็นแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียง โลโก้ของธนาคารสะท้อนถึงตัวบริษัทที่มีความโดดเด่น แล้วอะไรล่ะที่ทำให้โลโก้ของ JPMorgan Chase เป็นโลโก้ที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์และมีประสิทธิภาพ? โลโก้ของ JPMorgan Chase ใช้แบบตัวอักษรที่เรียบง่ายแต่มีขนาดใหญ่ และใช้กราฟิกสไตล์มินิมอล สัญลักษณ์ของ JPMorgan Chase แสดงถึงความมีพลังอำนาจ โดยสื่อออกมาว่า “หากคุณไม่ยอมจ่ายเงินตรงเวลา เราจะปรับเงินคุณมหาศาลเลยทีเดียว!” ฟังดูน่ากลัวใช่ไหมล่ะครับ?

Facebook

แม้คุณจะไม่รู้จักสื่อสังคมออนไลน์มากนัก แต่คุณก็น่าจะรู้จัก Facebook

เรื่องที่น่าสนใจก็คือแต่เดิมนั้นบริษัทของมาร์ก ซักเคอร์เบิร์กมีชื่อว่า “The Facebook” แต่คำนำหน้าก็ถูกตัดออกไปจากนั้นไม่นาน บริษัทไอทีเริ่มเข้ามาปฏิวัติเครือข่ายผู้ใช้ง่ายอินเทอร์เน็ตและเติบโตขึ้นเป็นหนึ่งในเครือข่ายสังคมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก

โลโก้ Facebook ถือเป็นโลโก้ที่มีคุณภาพในอุตสาหกรรมกราฟฟิกดีไซน์ เมื่อผู้บริโภคเห็นโลโก้ก็จะสามารถจดจำแบรนด์ได้ทันที ดังนั้นคุณควรจำไว้ว่าโลโก้ต้องสามารถระบุตัวตนของแบรนด์ได้ ทางบริษัทจึงมีการเปลี่ยนโลโก้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และไม่ได้มีการเปลี่ยนองค์ประกอบสำคัญของโลโก้แต่อย่างใด  

ExxonMobil

ExxonMobil เป็นบริษัทน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดในโลกโดยทำกำไรได้มหาศาล เดิมบริษัท Exxon และ Mobil นั้นเป็นคนละบริษัทกัน

ในปี 2541 บริษัททั้งสองแห่งนี้ตัดสินใจรวมตัวกัน รวมถึงแบ่งปันความรู้และทรัพยากรร่วมกัน (บางทีอาจต้องการก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ของโลก)

แน่นอนว่าบริษัทที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงจะต้องมีโลโก้ที่เหมาะสม ทว่าหลักการนี้ใช้ไม่ได้กับโลโก้ของแบรนด์นี้ โลโก้ของ ExxonMobil นั้นธรรมดาและค่อนข้างน่าเบื่อ อีกทั้งยังไม่สามารถสะท้อนความทรงพลังของแบรนด์ออกมาได้

เราสามารถเรียนรู้อะไรได้จากตัวอย่างนี้บ้าง? คงต้องบอกว่าความเรียบง่ายไม่ใช่เรื่องดีเสมอไป

Amazon

หลาย ๆ คนอาจได้พูดขอบคุณ Amazon อยู่เป็นประจำ

เพราะ Amazon Prime ช่วยให้คุณสามารถสั่งซื้อสินค้าและรับสินค้าได้ภายใน 48 ชั่วโมงหรือเร็วกว่านั้น นอกจากนี้สินค้ายังมีค่าจัดส่งฟรี (หรือเกือบฟรี) อีกด้วย เจ้าของ e-store แห่งนี้รู้ข้อดีของแบรนด์ตนเองดี ดังนั้นจึงมีการแสดงออกมาผ่านทางโลโก้ของ Amazon คุณเห็นลูกศรที่ลากจากตัวอักษร  A ถึง Z ไหมครับ? ลูกศรนี้แสดงถึงการเคลื่อนไหวและสื่อสารออกมาว่า Amazon สามารถส่งสินค้าของคุณออกจากคลังสินค้าส่งตรงถึงประตูบ้านของคุณได้ ทว่าลูกศรนี้ไม่ได้มีเพียงความหมายเดียว โดยลูกศรมีรูปร่างเหมือนกับรอยยิ้ม ซึ่งหมายความว่า Amazon มีการรับประกันการบริการที่มีคุณภาพสูงและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างเต็มที่

Microsoft

แม้ว่าหลายปีที่ผ่านมา Microsoft จะออกแบบโลโก้ได้ไม่ดีนัก (ใช่แล้วครับ เราหมายถึงโลโก้ Zune และ Windows 10) การปรับเปลี่ยนโลโก้ของ Microsoft ใหม่ในปี 2555 ถือว่าเป็นเรื่องที่ประสบความสำเร็จ

โลโก้ที่ใช้ระหว่างปี 2530-2555 นั้นไม่ได้แย่มากนัก (ผมชอบตัวอักษร O ที่ดูเหมือนตัว Pac-Man) แต่ก็มีการออกแบบโลโก้ไม่ค่อยดีนัก

เมื่อพิจารณาเรื่องสีของโลโก้ สัญลักษณ์ที่ปรับเปลี่ยนใหม่นั้นมีความเป็นมิตรมากกว่า คนที่ออกแบบโดยใช้หน้าต่างสี่บานมาเป็นตัวแทนผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้นถือว่าฉลาดมาก โดยหน้าต่างสีน้ำเงินหมายถึง Windows OS และหน้าต่างสีแดงหมายถึง MS Office หน้าต่างสีเขียวหมายถึงคอนโซลเกม Xbox ส่วนหน้าต่างสีเหลืองไม่ได้เป็นตัวแทนของอะไรเลย เพียงเพิ่มเข้ามาให้มีหน้าต่างครบสี่ช่องเท่านั้น

Microsoft มีปัญหาเรื่องการสร้างความต่อเนื่องของภาพลักษณ์มากกว่าบริษัทอื่น ๆ เนื่องจากทุกครั้งที่ Microsoft เปลี่ยนสัญลักษณ์ จะมีการเปลี่ยนแปลงสัญลักษณให้แตกต่างไปจากเดิม และไม่มีความเชื่อมโยงกับโลโก้เก่าแม้แต่น้อย

Nike

Nike ไม่ได้มีชื่อเสียงด้านรองเท้ากีฬาเท่านั้น แต่ยังมีโลโก้องค์กรที่ดีที่สุดอีกด้วย

ตราไนกี้ที่มีเส้นโค้งตวัดหรือ swoosh นั้นเป็นตัวอย่างของโลโก้ที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างชื่อเสียงของบริษัท  รวมทั้งทำให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือและเป็นที่รู้จัก แม้ว่าตอนแรกจะมีการประเมินโลโก้นี้ต่ำไป แต่ปัจจุบันนี้ swoosh ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการกีฬาไปเสียแล้ว

สัญลักษณ์พิเศษที่อยู่บนโลโก้ Nike เรียกว่า “swoosh” ซึ่งหมายถึงเสียงที่ได้ยินเมื่อมีบางสิ่งวิ่งผ่านไปด้วยความเร็วสูง คำนี้หมายถึงเสียงที่แหลมสูง, ความเร็ว, และการเคลื่อนไหวซึ่งสามารถเห็นได้จากสัญลักษณ์เส้นโค้ง จะว่าไปแล้วประวัติความเป็นมาของ swoosh ของแบรนด์ไนกี้ก็เป็นเสมือนเรื่องราวของลูกเป็ดขี้เหร่ที่เติบโตขึ้นเป็นหงส์ที่สวยงาม

BMW

ในอดีตโลโก้ BMW คือสัญลักษณ์วงกลมที่มีคำว่า Rapp-Motor และรูปเงาม้าสีดำ จากนั้นเปลี่ยนมาเป็นโลโก้ที่มีสีฟ้าขาวซึ่งเป็นรูปแบบของธงบาวาเรีย จึงทำให้โลโก้ที่มีวงกลมสีดำและเสี้ยววงกลมที่มีสีฟ้าขาวเป็นที่รู้จักกันถึงทุกวันนี้

หลังช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 บริษัทมีการเปลี่ยนแปลงด้านอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ โดยเปลี่ยนจากอุตสาหกรรมการบินหันไปมุ่งที่อุตสาหกรรมรถจักรยานยนต์และรถยนต์ โดยโลโก้ BMW นั้นแทบจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยตั้งแต่ปี 2460 และเพิ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงโลโก้ครั้งสำคัญเมื่อปี 2543 โดยการเพิ่มเอฟเฟกต์ 3D เข้าไปในโลโก้

Mastercard

ย้อนกลับไปในปี 2509 บริษัท Mastercard เป็นที่รู้จักในนาม Master Charge โดยโลโก้อันแรกคือรูปวงกลมสองวงซ้อนทับกันและมีคำว่า “Master Charge: The Interbank Card”

ในปี 2522 บริษัทได้ย่อชื่อเป็น “Mastercard” จึงทำให้มีโลโก้ใหม่ขึ้นมา สีของโลโก้มีความชัดขึ้นและตัวอักษรมีความหนาขึ้น โดยในปี 2539 โลโก้ได้มีการเพิ่มรูปลักษณ์สามมิติเข้ามา

FedEx

ในปี 2514 FedEx ใช้โลโก้ที่มีชื่อเต็มของบริษัทคือ “Federal Express” โดยใช้แบบตัวอักษรที่มีความเอียง

โลโก้ดังกล่าวใช้โทนสีแดงและน้ำเงินซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกับรัฐบาลอเมริกัน และเนื่องจากแบรนด์ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงได้เลิกใช้โลโก้เดิมในปี 2537 โดยโลโก้ใหม่นั้นมีความประณีตเหมือนกับโลโก้เดิม และมีลูกศรซ่อนอยู่ระหว่างตัวอักษร E และ X โดยลูกศรนั้นเป็นการอ้างอิงถึงข้อดีหลัก ๆ ของ บริษัท ซึ่งก็คือความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือ

IBM

โลโก้แรกของ IBM ถูกสร้างขึ้นในปี 2467 เมื่อบริษัท Computing-Tabulating-Recording ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น International Business Machines

ชื่อใหม่ของบริษัทให้ความรู้สึกที่ทันสมัยมากขึ้น โดยโลโก้ปี 2467 เป็นโลโก้ที่ถูกปรับเปลี่ยนมาจากโลโก้ที่บริษัท CTR ใช้เมื่อปี 2454 โดยโลโก้ CTR ที่มีความสวยงามและมีการจัดตัวอักษรที่มีความซับซ้อนนั้น ถูกเปลี่ยนมาเป็นข้อความขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “International Business Machines” (โดยเน้นที่คำว่า “International” เป็นพิเศษ) ในปี 2490 เมื่อแบรนด์มีการปรับปรุงเทคโนโลยี สัญลักษณ์วงกลมจึงถูกแทนที่ด้วยตัวย่อ IBM ซึ่งกลายมาเป็นสัญลักษณ์ของบริษัท จากนั้นในปี 2499 พอล แรนด์ดีไซเนอร์ชื่อดังได้เปลี่ยนโลโก้ IBM ให้เป็นสีดำและตัวใหญ่ โดยการออกแบบครั้งใหม่นี้จะเน้นที่ความเสถียรและความน่าเชื่อถือซึ่งเป็นข้อดีหลักของแบรนด์ ถัดมาในปี 2515 แรนด์ถูกขอให้แก้ไขโลโก้อีกครั้ง  เขาจึงเพิ่มแถบเส้นลงไปเพื่อให้โลโก้มีความเป็นไดนามิกและมีความยืดหยุ่น ซึ่งผลลัพธ์ก็เป็นที่น่าพอใจ IBM จึงยังคงใช้โลโก้นี้มาจนถึงทุกวันนี้

โลโก้แบบต่าง ๆ ที่ถูกกล่าวถึงข้างต้นมีการออกแบบโดยใช้กฎที่คล้าย ๆ กัน กฎเหล่านี้คืออะไรกันแน่ เรามาหาคำตอบได้จากด้านล่างนี้เลย!

เราได้เรียนรู้อะไรจากโลโก้เหล่านี้?

ผู้ประกอบการสามารถได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องที่เรานำเสนอไปข้างต้นบ้าง? คุณต้องคิดว่าโลโก้จะสื่อสารอะไรเกี่ยวกับแบรนด์ไปยังผู้บริโภคบ้าง โดยสัญลักษณ์ในโลโก้จะต้องสื่อถึงจุดสำคัญของธุรกิจของคุณ และต้องเน้นที่คุณสมบัติที่สำคัญของธุรกิจด้วย ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณเห็นโลโก้ JPMorgan Chase คุณจะเข้าใจได้ทันทีว่าเป็นโลโก้ของบริษัทที่มีอิทธิพลและเป็นที่รู้จักมานานหลายปีจากการทุ่มเทในด้านธุรกิจอย่างหนัก ฉะนั้นคุณลองคิดดูว่าโลโก้จะเล่าเรื่องราวของธุรกิจของคุณออกมาอย่างไร?

จากการศึกษาของเราพบว่าผู้ประกอบการส่วนใหญ่เชื่อว่าโลโก้จะต้องสามารถสะท้อนตัวตนของแบรนด์และเหมาะสมกับอุตสาหกรรมของพวกเขา มีเพียงร้อยละ 16 ของผู้ตอบแบบสำรวจเท่านั้นที่คิดว่ากฎข้อนี้ไม่ใช่กฎที่เข้มงวด

อย่ากลัวที่จะสร้างโลโก้ให้เป็นที่น่าจดจำ

หลีกเลี่ยงการออกแบบที่เกินความจำเป็น ในขณะเดียวกันก็อย่ากลัวที่จะออกแบบโลโก้ให้เป็นที่น่าจดจำและทำให้ผู้บริโภคจดจำโลโก้ของคุณได้

สร้างโลโก้แบบเรียบง่าย

กฎข้อนี้อาจดูขัดแย้งกับกฎข้อก่อนหน้านี้ แต่ที่จริงแล้วกฎทั้งสองข้อนี้ส่งเสริมซึ่งกันและกัน โลโก้ของคุณต้องมีความเรียบง่าย ทั้งตัวสีสัน, แบบอักษร, และองค์ประกอบ คุณลองดูโลโก้ Nike ซิครับ ถือเป็นตัวอย่างโลโก้ที่ดีเนื่องจากมีความเรียบง่ายแต่ก็มีประสิทธิภาพ

หาไอเดียดี ๆ และยึดติดกับไอเดียเหล่านั้น

บริษัทหลายแห่งเช่น Apple, Johnson & Johnson และ General Electric ยังคงใช้โลโก้แบบเดิม โดย Johnson & Johnson ใช้โลโก้เดิมมานานกว่าศตวรรษแล้ว แม้ว่าบริษัทเหล่านี้จะเปลี่ยนโลโก้ตามกาลเวลา แต่ก็ปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แม้ว่าการใส่ตนตัวขององค์กรเข้าไปในโลโก้จะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่คุณก็ควรหาดีไซน์ใหม่ ๆ ที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของแบรนด์ของคุณดู ผู้บริโภคจะมีความคุ้นเคยกับโลโก้และสร้างความสัมพันธ์ทางอารมณ์กับโลโก้เหล่านั้น นอกจากนี้ความสอดคล้องในการออกแบบโลโก้ของคุณยังสามารถทำให้มั่นใจได้ว่าภาพลักษณ์องค์กรของคุณจะยังคงเดิมและเป็นที่จดจำได้ตลอดระยะเวลาหลายปี

คุณพร้อมสำหรับแรงบันดาลใจใหม่ ๆ แล้วหรือยังครับ? ลองมาดูโลโก้สวย ๆ ที่มีความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้กันเลย

ฝันอยากมีโลโก้ของตัวเองใช่หรือไม่?

ใส่ชื่อบริษัทข้างล่างและเริ่มสร้างแบรนด์ได้เลย!

ตัวอย่างโลโก้เจ๋ง ๆ

ส่วนใหญ่แล้วโลโก้จะสื่อถึงข้อความบางอย่าง (ตัวอย่างเช่น ข้อมูลเกี่ยวกับคุณภาพการบริการที่บริษัทนำเสนอให้แก่ลูกค้า) เราได้รวบรวมตัวอย่างโลโก้ขององค์กรหลาย ๆ องค์กรซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีในการออกแบบกราฟฟิกคุณภาพสูง ลองแบ่งปันความคิดเห็นโดยการคอมเมนท์นะครับว่าคุณชอบโลโก้ไหนมากที่สุด

เมื่อเราเห็นการออกแบบโลโก้ขององค์กรที่เหมาะสมแล้ว ลองมาดูซิว่ามีโลโก้แบบใดที่คุณควรหลีกเลี่ยงบ้าง

ตัวอย่างโลโก้ที่ออกแบบอย่างไม่เหมาะสม

คุณคิดว่าโลโก้ที่ดีคือโลโก้แบบใด? โลโก้ที่ดีต้องมีทั้งความเรียบง่ายและสามารถระบุตัวตนของแบรนด์ได้ นอกจากนี้ยังต้องสามารถสะท้อนไอเดียที่อยู่เบื้องหลังแบรนด์ ทำให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้ในทันที โลโก้ที่มีความซับซ้อนเกินไปหรือเป็นนามธรรมเกินไปจะไม่สามารถสร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้บริโภคได้

คุณต้องรู้เขารู้เราใช่ไหมล่ะครับ? นอกจากโลโก้ดี ๆ แล้ว เราก็ขอรวบรวมการออกแบบโลโก้แย่ ๆ เอาไว้ด้วย อย่าลอกเลียนแบบเชียวนะครับ!

ไม่ควรออกแบบโลโก้อย่างไร

โลโก้แย่ ๆ มักมีบางอย่างที่เหมือนกัน คุณควรหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดหลัก ๆ ข้อใดบ้าง?

อย่าโฟกัสที่เทรนด์

เทรนด์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นและหายไปอย่างรวดเร็ว หากคุณต้องการสร้างโลโก้ที่อยู่เหนือกาลเวลา หลีกเลี่ยงการออกแบบโลโก้ตามเทรนด์

เลี่ยงการออกแบบที่ซับซ้อนมากเกินไป

อย่าออกแบบโลโก้ที่มีสัญลักษณ์หรือแนวคิดที่มากเกินไป ไม่เช่นนั้นจะทำให้โลโก้ของคุณเข้าใจได้ยาก โลโก้ที่ดีคือโลโก้ที่มีความเรียบง่ายและทำให้ผู้บริโภคจำนวนมากเข้าใจได้ง่าย

อย่าออกแบบโลโก้แบบเถรตรง

ในขณะเดียวกันควรหลีกเลี่ยงโลโก้ที่เรียบง่ายเกินไป โลโก้จะต้องสื่อถึงไอเดียและค่านิยมของบริษัทอย่างชัดเจน การออกแบบโลโก้ที่มีความพอดีอาจเป็นเรื่องที่มีความท้าทาย แต่ผลลัพธ์ก็ออกมาคุ้มค่า

อย่าลอกเลียนแบบผลงาน

การขาดความคิดริเริ่มเป็นข้อเสียที่แย่ที่สุด คุณควรหลีกเลี่ยงการลอกเลียนแบบผลงานของผู้อื่น โดยอาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงตั้งแต่การทำให้ผู้บริโภคไม่พอใจไปจนถึงถูกบริษัทอื่น ๆ ฟ้องร้อง

อย่าใช้องค์ประกอบที่ไม่เข้ากัน

การใช้นักออกแบบสองคนช่วยกันออกแบบโลโก้ไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไร แต่การทำเช่นนี้มักทำให้การออกแบบมีความยุ่งยาก บางครั้งนักออกแบบมือสมัครเล่นมักใช้องค์ประกอบที่ไม่เข้ากันในโลโก้ ตัวอย่างเช่น ไอคอนและแบบอักษรอาจทำให้องค์ประกอบของโลโก้ไม่สมดุล

เราหวังว่าคุณจะเพลิดเพลินไปกับบทความนี้ ตอนนี้คุณได้รู้แล้วว่าโลโก้ดี ๆ นั้นเป็นอย่างไร และคุณควรหลีกเลี่ยงการกระทำใดในการออกแบบโลโก้บ้าง คุณกำลังมองหาเคล็ดลับในการออกแบบโลโก้และตราสัญลักษณ์ที่มีความสวยงามอยู่หรือเปล่าครับ? คุณสามารถดาวน์โหลดหนังสือฟรีของเรา “วิธีสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์แบบไม่ล้มเหลว” และสร้างโลโก้อัจฉริยะด้วย Logaster ได้เลย!

สร้างและดาวน์โหลดโลโก้บริษัทของคุณได้ในเวลาเพียงไม่กี่นาที และยังสามารถดาวน์โหลดโลโก้ขนาดเล็กได้ฟรี! คุณได้เรียนรู้อะไรเกี่ยวกับโลโก้ที่ดีและไม่ดีจากบทความนี้บ้างครับ? บางทีคุณอาจมีเคล็ดลับดี ๆ สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ ลองแบ่งปันความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนท์ได้เลย!

แพ็คเกจเอกลักษณ์ของแบรนด์เต็มรูปแบบ

ใช้เครื่องมือสร้างโลโก้ของ Logaster เพื่อเปิดตัวบริษัทของคุณอย่างรวดเร็ว พิมพ์ชื่อธุรกิจของคุณและรับแพ็คเกจการสร้างแบรนด์อย่างมืออาชีพภายใน 60 วินาที! ลองใช้ของเราดู - ง่ายมาก!

At least 3 characters long.